top of page

9 เอกลักษณ์ของบ้านเรือนไทย ที่พบในละคร "วันทอง" ของช่องวัน

รูปภาพนักเขียน: ChanStella ChantaburiChanStella Chantaburi


เชื่อว่าหลายๆคนคงประทับใจ กับความสนุกและตื่นเต้นของละคร "วันทอง" ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นละครฟอร์มยักษ์แห่งปี 2564 ที่มีเรตติ้งสูงเป็นประวัติการณ์กันนะคะ


ละครคุณภาพแห่งปีเรื่องนี้ ผลิตและออกอากาศทางช่อง One 31 นำแสดงโดยนักแสดงชื่อดังมากฝีมืออย่าง ใหม่ ดาวิกา [รับบทวันทอง], ป้อง ณวัฒน์ [รับบทขุนแผน] และชาคริต แย้มนาม [รับบทขุนช้าง]


ด้วยเนื้อหาที่สนุกชวนติดตาม, การแสดงที่ทุ่มเทและสมบทบาทของนักแสดงทุกคน, เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย, สถานที่ถ่ายทำ และองค์ประกอบทุกอย่างที่ลงตัวมากๆในการถ่ายทำ จึงไม่แปลกใจเลยที่ละครเรื่องนี้ จะได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจากแฟนละครไทย


นอกเหนือจากความสนุกเข้มข้น ชวนให้ติดตามของละครแล้ว สิ่งที่งดงามของละครเรื่องนี้ คือ ความใส่ใจในรายละเอียดของ "เรือนไทย" ในละครของทีมงาน ซึ่งสะท้อนให้เห็นวิถีชีวิตของคนไทยในอดีต ซึ่งมีความผูกพันกับสายน้ำและศาสนาอย่างแนบแน่นอีกด้วย

ทางโรงงานกระเบื้องจันท์สเตลล่าจึงได้ขออนุญาต รวบรวม "9 เอกลักษณ์ของบ้านเรือนไทย ที่พบในละครวันทอง" มาให้ดูกัน นะคะ จะมีอะไรบ้าง ตามมาดูกันเลย

1. ใต้ถุนยกสูง

"ใต้ถุนสูง" เป็นเอกลักษณ์สำคัญของเรือนไทย ที่เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย โดยมีข้อดีคือ

- ช่วยให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก

- ช่วยหลีกหนีจากภัยน้ำท่วมในฤดูน้ำหลากได้ดี

- ใช้เป็นพื้นที่พักผ่อน ทำงาน รับประทานอาหาร เก็บของ เลี้ยงสัตว์

- ช่วยป้องกันไม่ให้สัตว์ร้าย เช่น งู ขึ้นมาบนเรือนได้


ใต้ถุนเรือนของวันทองในละคร ถูกใช้เป็นสถานที่จัดเตรียมข้าวของสำหรับจัดงานแต่งงานระหว่างวันทองและขุนแผน

ใต้ถุนเรือน ใช้เป็นที่นั่งพักผ่อนหย่อนใจ

ใต้ถุนเรือน ยังใช้เป็นที่เก็บของใช้ต่างๆ เช่น สมุนไพร เครื่องจักสาน ฯลฯ

2. หลังคาจั่วทรงสูง

"หลังคาจั่ว" ของบ้านเรือนไทย จะมีลักษณะคือ มีความลาดชันมาก เพื่อช่วยระบายน้ำฝนได้รวดเร็ว มีพื้นที่ใต้หลังคาสูงโปร่ง ช่วยระบายอากาศและความร้อนได้ดี และมีชายคาทอดยาว เพื่อช่วยบังแดด และลดอุณหภูมิก่อนเข้าไปภายในเรือน

3. ชานเรือนกว้าง

"ชานเรือน" หรือพื้นที่ outdoor living space คิดเป็น 60% ของพื้นที่เรือนทั้งหมด ส่วนพื้นที่ห้องนอน ที่มีฝากั้นมิดชิดจะมีพื้นที่เพียง 40% เท่านั้น โดยชานเรือนทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมเรือนนอนแต่ละหลังเข้าไว้ด้วยกัน

"ชานเรือน" จึงถูกใช้เป็นลานอเนกประสงค์ เพื่อทำกิจกรรมต่างๆภายในบ้านร่วมกัน และใช้ต้อนรับแขกบ้านแขกเรือนด้วย

คนในสมัยก่อนมักจะนั่งเล่น พักผ่อนหย่อนใจบริเวณ "ชานเรือน"

4. มีเฉลียง หรือระเบียงหน้าห้อง

"เฉลียง" ทำหน้าที่เป็นพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างภายนอกและภายในห้อง โดยหลังคาคลุมเฉลียงจะยื่นยาวออกมาจากกันสาด ช่วยให้มีพื้นที่ใช้สอยอเนกประสงค์ในร่มมากขึ้น และยังช่วยกรองแสงและปรับสภาพไม่ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของร่างกายเร็วเกินไป ขณะเดินเข้า-ออกเรือน ซึ่งจะเป็นสาเหตุให้ไม่สบายได้

5. ประตูมีหลังคาคลุม และบันไดอยู่นอกเรือน

"ประตูเข้า-ออกเรือน มีหลังคาคลุม (Canopy) ช่วยป้องกันอากาศร้อนไม่ให้ไหลเข้าเรือนโดยตรง และ "บันได" ตั้งอยู่นอกเรือน

6. มีรั้วของชานเรือน

"รั้วของชานเรือนไทย" มีลักษณะคล้ายผนังบ้านยื่นต่อออกมาจากตัวเรือน บางส่วนเจาะเป็นช่องลูกกรงเพื่อช่วยระบายอากาศ ช่วยกั้นขอบเขต และสร้างความเป็นส่วนตัวให้กับคนที่อยู่อาศัยในเรือน และยังใช้เป็นช่องที่คนในเรือน สามารถมองออกไปเห็นคนข้างนอกได้

7. หน้าต่างไม่สูงจากพื้น

"หน้าต่าง" ของเรือนไทย จะมีความสูงจากพื้นเพียง 30-40 เซนติเมตรเท่านั้น ซึ่งอยู่ในระดับพอดี ที่ลมสามารถพัดผ่านกระทบร่างกายของคนที่อยู่อาศัยเมื่อนั่งหรือนอนกับพื้นได้

8. ครัวไทย

"ครัวไทย" มักจะแยกเป็นสัดส่วนจากเรือนหลังอื่นๆ นิยมมีช่องระบายอากาศรอบด้าน ทั้งช่องหน้าต่างและช่องใต้หลังคา เพื่อให้กลิ่นอาหารสามารถระบายออกสู่พื้นที่ภายนอกได้ทันที อากาศถ่ายเท ไม่ร้อนอบอ้าว อีกทั้งยังช่วยลดปัญหาการเกิดเชื้อราและกลิ่นอับชื้นในครัวได้ดี

9. ศาลาท่าน้ำ

"ศาลาท่าน้ำ" มีความสำคัญสำหรับคนไทยในอดีตเป็นอย่างมาก เพราะคนในสมัยนั้น ใช้แม่น้ำเป็นเส้นทางหลักในการสัญจรไปมา

ทำเลยอดนิยมสำหรับการปลูกเรือน จึงเป็นทำเลที่ใกล้กับแม่น้ำและวัด


จันท์สเตลล่า กระเบื้องมุงหลังคาแบบโบราณ ที่ทำด้วยมือ..และอนุรักษ์สถาปัตยกรรมไทยไว้ด้วยใจ

Kommentarer


โพสต์: Blog2_Post
bottom of page